Juvederm ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid แท้จาก Allergan หลากหลายรุ่นสำหรับทุกบริเวณ ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
Lushwood Clinic ได้รับการจัดอันดับยอดขาย JUVÉDERM® อันดับ 1 ในภาคใต้ และเป็นหนึ่งใน 4 คลินิกเดี่ยวที่มียอดขายสูงสุดของประเทศไทย ประจำปี 2025
การฉีดฟิลเลอร์อาจดูเหมือนเป็นเรื่องของการเติมเต็ม
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ใบหน้าที่สวยอย่างเป็นธรรมชาติไม่ได้เกิดจากการเติมให้มากขึ้น หากเกิดจากการเข้าใจว่า ควรเติมอะไร ที่ไหน และอย่างไร
นี่คือเหตุผลที่ Lushwood ให้ความสำคัญกับศาสตร์ด้าน Facial Structure และ Ligament และเลือกออกแบบการรักษาโดย หมอเชน — อาจารย์แพทย์ด้านฟิลเลอร์
ผู้ซึ่งมองการฉีดฟิลเลอร์ในมิติที่มากกว่าการแก้ไขจุดบกพร่องเฉพาะจุด
แต่คือการออกแบบความสัมพันธ์ของโครงสร้างใบหน้าทั้งหมดให้กลับมาดูสมดุล
สำหรับหมอเชน ฟิลเลอร์ไม่ใช่เพียงเครื่องมือสำหรับเติมบริเวณที่ตอบหรือมีร่องลึก
แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้เพื่อ พยุง ออกแบบ และปรับสมดุลของโครงสร้างใบหน้า
ก่อนฉีดทุกครั้งจึงต้องเริ่มจากการมองใบหน้าในภาพรวม
ตั้งแต่รูปทรงของใบหน้า การเปลี่ยนแปลงของ Volume แนวของ Ligament ไปจนถึงตำแหน่งและชั้นของเนื้อเยื่อ
เพราะแม้คนไข้สองคนจะมีปัญหาเหมือนกัน เช่น “แก้มหย่อน” หรือ “กรอบหน้าไม่ชัด”
สาเหตุและโครงสร้างของทั้งสองคนก็อาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
จึงไม่มีสูตรฟิลเลอร์เดียวที่เหมาะกับทุกคน
จากแนวคิดเรื่องโครงสร้างใบหน้า หมอเชนจึงพัฒนาแนวทาง 4L Double Layer Lifting
หัวใจสำคัญมีอยู่สองส่วน
4L คือการออกแบบตามแนวโครงสร้าง Ligament ที่สำคัญของใบหน้า
และ
Double Layer คือการฉีดฟิลเลอร์ 2 ชั้น — ชั้นลึกและชั้นตื้น
ทั้งสองส่วนทำงานร่วมกัน เพื่อให้การออกแบบใบหน้ามีทั้ง การพยุงโครงสร้างและการเก็บรายละเอียด
เป็นชั้นที่ใช้สำหรับการวางโครงสร้างและสร้างการพยุงในตำแหน่งที่เหมาะสม
เปรียบเสมือนการวาง “โครงสร้างภายใน” ก่อนที่จะเก็บรูปทรงด้านนอก
เป็นชั้นสำหรับเก็บรายละเอียดของ Contour และปรับความต่อเนื่องของใบหน้าให้ดูเรียบเนียนและกลมกลืนมากขึ้น
จึงไม่ใช่เพียงการฉีดสองชั้นเพื่อเพิ่มปริมาตร
แต่เป็นการวางฟิลเลอร์ คนละชั้น เพื่อทำหน้าที่ต่างกัน
Deep Layer เพื่อ StructureSuperficial Layer เพื่อ Refinement
4L คือแนวคิดในการออกแบบการยกตามแนว Ligament สำคัญของใบหน้า
บริเวณรอบดวงตาและคิ้ว ช่วยออกแบบกรอบตาและทิศทางการยก เพื่อให้ดวงตาดูเปิดและสดใสขึ้นตามโครงสร้างของแต่ละคน
บริเวณช่วงกลางใบหน้า ช่วยพยุงแนวแก้มและปรับความต่อเนื่องของ Midface รวมถึงบริเวณร่องแก้มในเคสที่เหมาะสม
บริเวณด้านหน้าหูและกรอบหน้า เป็นแนวสำคัญในการออกแบบการพยุงช่วงข้างแก้มและกรอบหน้า ช่วยให้ใบหน้าดูมีกรอบที่ชัดเจนขึ้น
บริเวณช่วงล่างของใบหน้าและคาง ใช้ในการออกแบบแนวกรอบหน้าและสัดส่วนของ Lower Face ให้สมดุลกับใบหน้าส่วนอื่น
แต่ 4L ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องฉีดครบทั้ง 4 จุด
เพราะการออกแบบที่ดีไม่ควรเริ่มจาก “สูตร”
แต่ควรเริ่มจาก ใบหน้าของคนไข้แต่ละคน
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญไม่แพ้เทคนิค คือ การเลือกฟิลเลอร์ให้เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการรักษา
JUVÉDERM® เป็นหนึ่งในแบรนด์ Hyaluronic Acid Filler ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายรุ่น และใช้เทคโนโลยี VYCROSS™ ในการออกแบบคุณสมบัติของเจล
ทำให้ผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งด้านความแน่น ความยืดหยุ่น การคงรูป และการกระจายตัว
ความหลากหลายนี้มีความสำคัญกับการออกแบบใบหน้า
เพราะ ฟิลเลอร์สำหรับแต่ละตำแหน่ง ไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติเหมือนกัน
ฟิลเลอร์ที่เหมาะกับการพยุงโครงสร้าง อาจไม่ใช่ตัวเดียวกับที่เหมาะสำหรับการเก็บรายละเอียดบริเวณผิวหรือ Contour
ดังนั้น การเลือกใช้ JUVÉDERM® ที่ Lushwood จึงไม่ได้เลือกจากชื่อรุ่นหรือจำนวน CC เพียงอย่างเดียว
แต่พิจารณาจาก
โครงสร้างของใบหน้า + ตำแหน่ง + ชั้นที่ฉีด + คุณสมบัติของฟิลเลอร์ + เป้าหมายของการรักษา
เมื่อ JUVÉDERM® VYCROSS™ ถูกนำมาใช้ร่วมกับเทคนิค 4L Double Layer Lifting
การฉีดฟิลเลอร์จึงไม่ได้เป็นเพียงการเติม Volume
แต่เป็นการวางแผนตั้งแต่
โครงสร้าง → จุดพยุง → ชั้นที่ฉีด → ชนิดของฟิลเลอร์ → รูปทรงสุดท้าย
เพื่อให้ทุกองค์ประกอบทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
ผลลัพธ์ที่ Lushwood ให้ความสำคัญจึงไม่ใช่ใบหน้าที่ดู “เต็ม”
แต่คือใบหน้าที่ดู สมดุล มีมิติ และเป็นธรรมชาติ
ในปี 2025 Lushwood Clinic มียอดขาย JUVÉDERM® อันดับ 1 ในภาคใต้ และติดหนึ่งใน 4 คลินิกเดี่ยวที่มียอดขายสูงสุดของประเทศไทย
สำหรับ Lushwood ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของยอดขาย
แต่เป็นเครื่องสะท้อนถึงความไว้วางใจของคนไข้ที่เลือกให้ หมอเชนและ Lushwood ดูแลเรื่องฟิลเลอร์
โดยเฉพาะคนไข้ที่เข้าใจว่า
การฉีดฟิลเลอร์ที่ดี ไม่ได้อยู่ที่จำนวน CC
แต่อยู่ที่ ความแม่นยำในการวิเคราะห์และการเลือกสิ่งที่เหมาะกับใบหน้าของตัวเอง
ที่ Lushwood เราไม่ได้มองว่าความสำเร็จของฟิลเลอร์คือการทำให้ใบหน้าดูแตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจน
แต่คือการทำให้ใบหน้าดูดีขึ้น โดยที่ยังรู้สึกว่า
“นี่คือใบหน้าของเรา”
เพียงแต่ดูสดใสขึ้นมีมิติมากขึ้นกรอบหน้าดูชัดขึ้นสัดส่วนดูสมดุลขึ้น
และที่สำคัญ
ยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้
เพราะในแบบฉบับของ Lushwood
เราไม่ได้เติมให้มากที่สุดเราเลือกเติมในสิ่งที่จำเป็น
โดยหมอเชน — อาจารย์แพทย์ด้านฟิลเลอร์
4L Double Layer Liftingการออกแบบตามแนว Ligament พร้อมการฉีดฟิลเลอร์ 2 ชั้น — Deep Layer และ Superficial Layer
ผสานกับ JUVÉDERM® VYCROSS™ Technology
เพื่อการออกแบบโครงสร้างใบหน้าที่ละเอียดและเป็นธรรมชาติ
เพราะฟิลเลอร์ที่ดี ไม่ได้เปลี่ยนว่าคุณเป็นใครแต่ทำให้ความงามของโครงสร้างเดิมของคุณชัดเจนขึ้น
Juvederm Lushwood | ฟิลเลอร์ระดับโลก เติมเต็ม มิติหน้า คืนโครงสร้างให้กับใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ ในโลกของความงามที่ก้าวไปไกล การปรับรูปหน้าไม่ได้หมายถึงแค่การเติมเต็ม แต่คือการสร้างสัดส่วนที่สมดุล เติมเต็มความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ Juvederm คือฟิลเลอร์ระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ด้านความงามทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยี Vycross Technology ทำให้เนื้อฟิลเลอร์เนียนละเอียด กลมกลืนกับผิว และคงรูปได้ยาวนาน
ที่ Lushwood Clinic เรานำ Juvederm มาปรับใช้ด้วยมาตรฐานสูงสุด ภายใต้การดูแลของ หมอเชน แพทย์ผู้ถนัดด้านการปรับรูปหน้าด้วยเทคนิค 4L Double Layer Lifting ที่เน้นทั้งความปลอดภัยและให้ผลลัพธ์อย่างธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มริ้วรอย ปรับรูปหน้า หรือเพิ่มมิติให้ใบหน้าดูสมดุลและเรียวสวย
Juvederm คือฟิลเลอร์พรีเมียมจากอเมริกา ที่มีส่วนประกอบ Hyaluronic Acid (HA)
คุณภาพสูง ผ่านเทคโนโลยี Vycross ทำให้เนื้อฟิลเลอร์เนียนละเอียด ผสานเข้ากับผิวได้เป็นธรรมชาติ เติมเต็มริ้วรอยและร่องลึกได้อย่างลงตัว โดยไม่ทำให้หน้าดูแข็งหรือไม่สมดุล
2. หลักการทำงานของ Juvederm
เติมเต็มริ้วรอยและร่องลึก: Hyaluronic Acid จะช่วยเติมเต็มในตำแหน่งที่สูญเสียปริมาตรเพิ่มวอลลุ่ม: เหมาะสำหรับแก้ม ขมับ คาง และริมฝีปาก
ฟื้นฟูความชุ่มชื้นและความเรียบเนียน: HA ดึงน้ำเข้าสู่ผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟู อ่อนเยาว์
3.ประเภทของ Juvederm และการใช้งาน
Juvederm Voluma XC
Juvederm Volift XC
Juvederm Ultra Plus XC
Juvederm Volux XC
Juvederm Ultra XC
4. จุดที่เหมาะและเคสที่แนะนำ
ร่องแก้ม (Nasolabial)
มุมปาก (Marionette lines)
ขมับยุบ
แก้มแฟบ ขาดมิติ
คาง/กรอบหน้า
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มริ้วรอย หรือปรับรูปหน้าให้สมดุลและเนียนธรรมชาติ
5. ผลลัพธ์ ระยะเวลา และจำนวนครั้ง
เริ่มเห็นผล: หลังฉีดทันที ริ้วรอยจางลง ผิวอิ่มฟู
เต็มที่: 2–3 สัปดาห์ หลัง HA เซ็ตตัวเต็มรูป
คงอยู่: 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและพฤติกรรมผู้ใช้
จำนวนครั้ง: ส่วนใหญ่ใช้เพียง 1 ครั้ง ต่อการแก้ไขจุดหลัก สามารถเติมซ้ำตามความต้องการ
6. ข้อดีเมื่อเทียบกับฟิลเลอร์อื่น
Juvederm (Vycross HA): เนื้อเนียนละเอียด กลมกลืนกับผิว คงรูปนาน ปลอดภัย
Ultra V: เหมาะกับการปรับรูปหน้าแบบเฉพาะจุด แต่ความเรียบเนียนอาจไม่เท่า Juvederm
Sculptra: ฟื้นฟูคอลลาเจนจากภายใน เหมาะกับการซ่อมผิวระยะยาว ไม่ได้เน้นเติมเต็มทันที
7. หลังทำควรดูแลอย่างไร?
หลีกเลี่ยงความร้อนจัด ซาวน่า หรือการนวดแรง ๆ บริเวณที่ฉีด 24–48 ชั่วโมง
งดแอลกอฮอล์ในวันแรก
สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ แต่แนะนำให้เบามือ
ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้ HA เซ็ตตัวและคงรูปดีขึ้น
8. ความปลอดภัยของ Juvederm
ผ่านการรับรองมาตรฐาน U.S. FDA
ใช้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
ปลอดภัยและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
ควรหลีกเลี่ยงหากตั้งครรภ์, ให้นมบุตร หรือมีภูมิแพ้รุนแรง
9. ทำไมต้อง Juvederm ที่ Lushwood Clinic?
หมอเชน: วิเคราะห์โครงสร้างผิวและใบหน้าอย่างละเอียด วางแผนการฉีดให้ได้ผลลัพธ์สมดุล
เครื่องมือและผลิตภัณฑ์แท้: รับประกันฟิลเลอร์แท้ มาตรฐานสากล
Luxury Experience: การดูแลแบบพรีเมียม บรรยากาศหรูหรา
Customized Program: ปรับสูตรและปริมาณให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
10. คำถามที่พบบ่อย
Q1: Juvederm เจ็บไหม? A: รู้สึกเพียงเข็มเล็ก ๆ และความอุ่นเบา ๆ ขณะฉีด
Q2: ต้องทำกี่ครั้ง? A: ส่วนใหญ่ครั้งเดียวก็เห็นผล หากต้องการเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับแก้บางจุดสามารถเติมซ้ำได้
Q3: อยู่ได้นานเท่าไหร่? A: 12–18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแล
Q4: ทำร่วมกับการรักษาอื่นได้ไหม? A: ได้ เช่น ทำคู่กับ Sculptra หรือ Ulthera เพื่อเพิ่มความแน่นและมิติของใบหน้า
Lushwood Philosophy
เราเชื่อว่า “ความงามที่แท้จริง คือความสมดุลระหว่างธรรมชาติและความมั่นใจ” การเลือก Juvederm ที่ Lushwood Clinic ไม่ใช่แค่การเติมเต็มริ้วรอย แต่คือการสร้างมิติและสัดส่วนให้ใบหน้าในแบบที่คุณดีที่สุด ภายใต้การดูแลระดับพรีเมียมและมาตรฐานสากล
รู้สึกเพียงเข็มเล็กๆ และความอุ่นเบาๆ ขณะฉีด ส่วนใหญ่ผสมยาชาช่วยให้สบายขึ้น
ส่วนใหญ่ครั้งเดียวก็เห็นผล หากต้องการเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับบางจุดเติมซ้ำได้
12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแล
ได้ เช่น ทำคู่กับ Sculptra หรือ Ulthera เพื่อเพิ่มความแน่นและมิติของใบหน้า